foto1
ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีทางอาชีวศึกษา มจพ.
foto1
ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีทางอาชีวศึกษา มจพ.
foto1
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
foto1
สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มจพ.
foto1
สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มจพ.
e-mail: prachyanunn@gmail.com
Phone : 081-7037515


วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา

วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปีที่ 4 ฉบับที่ 8 กรกฎาคม-ธันวาคม พ.ศ.2557

วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปีที่ 4 ฉบับที่ 8 กรกฎาคม-ธันวาคม พ.ศ.2557

วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา

วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปีที่ 5 ฉบับที่ 9 มกราคม-มิถุนายน พ.ศ.2558

วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปีที่ 5 ฉบับที่ 9 มกราคม-มิถุนายน พ.ศ.2558

วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา

วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปีที่ 5 ฉบับที่ 10 กรกฎาคม-ธันวาคม พ.ศ.2558

วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปีที่ 5 ฉบับที่ 10 กรกฎาคม-ธันวาคม พ.ศ.2558

วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา

วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปีที่ 6 ฉบับที่ 11 มกราคม-มิถุนายน พ.ศ.2559

วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา ปีที่ 6 ฉบับที่ 11 มกราคม-มิถุนายน พ.ศ.2559

STRI KMUTNB

 

วารสารการอาชีวะและเทคนิคศึกษา

วารสารอาชีวะก้าวไกล

 

Home

เมื่ออาชีวศึกษาชั้นดี หลงทางอยากเป็นอุดมศึกษา

เมื่ออาชีวศึกษาชั้นดี หลงทางอยากเป็นอุดมศึกษา

 

อาจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
       สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence
       สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
       คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


       
       ผมได้ยินนายจ้างและผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์จากบริษัทชั้นนำจำนวนมาก พากันบ่นเรื่องอาชีวศึกษา ที่หลงทางพากันเลิกผลิตคนอาชีวะชั้นดีที่ประเทศต้องการเป็นอย่างยิ่ง และที่สอนกันออกมาก็มีคุณภาพไม่ตรงกับความต้องการ
       
       การขาดแคลนแรงงานฝีมือของประเทศไทยนั้นหนักหนามาก ผมไปดื่มกาแฟแถวๆ แยกอโศก เด็กเสิร์ฟพูดภาษาอังกฤษปร๋อ พูดภาษาไทยไม่ได้เลย จนต้องถามว่ามาจากไหน คำตอบคือฟิลิปปินส์ ผมอดรนทนไม่ได้ต้องเดินไปถามเจ้าของร้านว่าทำไมไม่จ้างคนไทย เขาตอบว่าคนไทยไม่มีที่ภาษาอังกฤษดี และไม่อดทน
       
       ในวงการคอมพิวเตอร์ ก็มีเสียงบ่นกันมากมายว่า หาโปรแกรมเมอร์ที่ทำงานได้จริงและทำได้ดียากมาก ผลิตมาแต่บัณฑิตปริญญาตรีทางคอมพิวเตอร์ธุรกิจล้นตลาดมากมาย ที่ใช้งานโปรแกรมสำเร็จรูปพื้นๆ ได้ แต่ไม่สามารถเขียนโปรแกรมเองได้เลย เรื่องเหล่านี้ถ้าเรามีอาชีวศึกษาที่เข้มแข็งจะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศไทยได้
       
       แท้จริงแล้วแท่งอาชีวศึกษานั้นสำคัญมาก ประเทศไทยไม่ได้ต้องการบัณฑิตมากมาย โดยเฉพาะบัณฑิตคุณภาพต่ำ ที่มีเกลื่อนล้นประเทศในเวลานี้ แต่เราต้องการผู้จบทางอาชีวศึกษาฝีมือดี ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ สมัยนี้ช่างฝีมือดี รายได้ดีมาก ช่างเฟอร์นิเจอร์ไม้ฝีมือปราณีตบางคนที่ผมรู้จัก ค่าแรงวันละ 2,000 บาท (เดือนละ 60,000) รายได้ดีกว่าเงินเดือนผมเสียอีกครับ
       
       ประเด็นปัญหาของอาชีวศึกษาในทัศนะของผม มีอยู่สองประการ

ประเด็นปัญหาของอาชีวศึกษาในทัศนะของผม มีอยู่สองประการ
       
       ประการแรก นายจ้างและผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์เหล่านี้ ปรารภว่า ทำไมวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่สอนประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส) ต่างพากันไม่ใส่ใจที่จะสอน ปวช ปวส แทบทุกคนบอกว่า อาชีวศึกษาเหล่านี้หลงลืมอัตลักษณ์ของตัวเอง (Self-identity) ซึ่งเป็นจุดขายเฉพาะ (Unique selling point) มาลองยกตัวอย่างกันครับ
       
       สมัยก่อน ถ้านึกถึงคนเก่งด้านภาษาต่างประเทศ นายจ้างจะไปหาได้ที่ บพิตรพิมุข ขึ้นชื่อลือชามากว่าเก่งภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ทำให้สายการบิน โรงแรมไปจองตัวกัน ดูตัวกันตั้งแต่ยังไม่จบ ปวช ปวส กัน
       
       ส่วนพาณิชย์พระนครนั้นขึ้นชื่อลือชาว่าเก่งวิชาบัญชีมาก เป็นที่ต้องการของธนาคารพาณิชย์ ผมมีเพื่อนที่เรียนจบ ปวช มาจากพาณิชย์พระนคร และสอบ Entrance เข้ามาเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กันหลายคน และเก่งบัญชีมาก สอบ CPA การเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตกันมากมาย
       
       ช่างกลปทุมวัน นั้นก็มีชื่อเสียงมากเรื่องช่างยนต์ ช่างกล เครื่องจักร ในขณะที่อุเทนถวาย เป็นโรงเรียนช่างก่อสร้างฝีมือดีมาก เป็นที่ต้องการในวงการก่อสร้างมากมาย
       
       เทคนิคทุ่งมหาเมฆ เก่งเรื่อง ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย การพิมพ์ มีชื่อเสียงมากด้านนี้
       
       โรงเรียนเพาะช่าง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดศิลปินแห่งชาติ ผู้มากความสามารถ มีนวัตกรรมต่างๆ มากมาย เช่น ถมจุฑาธุช ซึ่งสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย ทรงคิดค้นขึ้นระหว่างทรงสอนที่โรงเรียนเพาะช่าง (ดูเหมือนเพาะช่างจะเป็นอาชีวศึกษาที่เดียวที่ยังรักษาอัตลักษณ์นี้ได้)
       
       อัตลักษณ์เหล่านี้หายไปไหนหมด ทุกวันนี้นายจ้างไม่มีภาพเหล่านี้ในหัวสมองแล้ว จุดขายเฉพาะเหล่านี้หายไปไหน ทำไมพากันผันตัวมาเป็นอุดมศึกษา สอนระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ซึ่งในสายตาของนายจ้าง บัณฑิตและมหาบัณฑิตเหล่านี้ ไม่ได้เป็นที่ต้องการของตลาดมากเท่าไหร่ จบมาก็ไม่ได้รับเงินเดือนที่ดี มีปัญหาด้านคุณภาพ ประเทศต้องการอาชีวศึกษาที่เป็นผู้มีฝีมือแรงงานในทุกด้าน
       
       ความอยากเป็นอุดมศึกษาของอาชีวศึกษานั้นมีมาก มีวิทยาลัยอาชีวศึกษาเลิกสอน ปวช ไปมาก เพราะมุ่งเน้นอุดมศึกษาแทน พอเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันเทคโนโลยี เลยสอนเฉพาะ ปวส ปริญญาตรี โท เอก และ ผมได้ฟังแล้วก็เศร้าใจว่าเราหวังรุ่งมุ่งไปข้างหน้าโดยไม่สร้างรากฐานเสียก่อนจะมั่นคงได้อย่างไร?
       
       ดังนั้นปัญหาจึงเกิดจากอาชีวศึกษาเองต่างมุ่งไปเป็นอุดมศึกษา แทนที่จะ Focus ในสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีที่สุดเสียก่อน
       
       ประการที่สอง ค่านิยมของเด็กไทย ต้องการได้ปริญญา ต้องการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งมีชื่อเสียงมากในการเรียนการสอนด้าน ช่างการบิน ระดับ ปวช ปวส แต่นักเรียนสมัครเรียนน้อย ไม่ค่อยเป็นที่นิยม ทั้งๆ ที่อัตราการได้งานทำนั้นสูงมาก และหากจบไปทำงานแล้วสอบใบ certification หรือ license ต่างๆ ได้จะมีรายได้ที่ดีมาก ที่น่าประหลาดใจคือสถาบันเดียวกันเมื่อเปิดปริญญาตรีทางวิศวกรรมศาสตร์การบินแล้ว มีนักเรียนสมัครเข้าเรียนล้นหลาม การแข่งขันสูงมากจึงเข้าไปได้ แต่ประเทศไทยไม่ได้ผลิตเครื่องบินได้เอง อัตราการได้งานตรงกับสายงานที่จบมาจึงต่ำกว่ามาก และต้องผันตัวไปทำอาชีพหรือสายงานอื่นๆ แทน ซึ่งก็สามารถทำได้ดี เพราะได้คัดเลือกเด็กเก่งๆ เข้ามาเรียนอยู่แล้ว แต่มันเป็นการสูญทรัพยากรและเวลามากเกินไปหรือไม่?
       
       ทำไมอาชีวศึกษาถึงไม่ได้รับความนิยมของสังคมไทย ส่วนหนึ่งมาจากค่านิยมบ้ากระดาษและใบปริญญาของคนไทย อีกส่วนหนึ่งอาจจะมาจากปัญหานักเรียนอาชีวะ ตีกัน ฆ่ากันตาย สมัยผมเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ต้องวิ่งหลบ นักเรียนอาชีวศึกษาแถวโรงเรียน สองสถาบันที่ชอบตีกันฆ่ากัน เรื่องอาชีวศึกษาทะเลาะกัน ฆ่ากันตายนี้ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ค่อยสบายใจที่จะให้ลูกไปเรียนอาชีวศึกษามากนัก
       
        เราจะแก้ปัญหาอาชีวศึกษาได้อย่างไร?
       
        ประการแรก ต้อง Return to core competence สถาบันอาชีวศึกษาชั้นดีที่ผันตัวเองไปเป็นอุดมศึกษาชั้นเลว คงต้องถามตัวเองว่าควรย้อนกลับไปความสามารถหลัก ที่ใครๆ ก็ไม่อาจจะเลียนแบบได้ มีรากฐานและชื่อเสียงที่สั่งสมมายาวนานหรือไม่ Gary Hamel และ CK Prahalad นักกลยุทธ์ชื่อดังของโลก ผู้เขียนหนังสือ Competing for the future ได้แนะนำว่าบริษัทและธุรกิจต่างๆ ควรใช้ความสามารถหลัก (core competence) ในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ผมว่าเรื่องนี้สำคัญ เราควรจะทำในสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด และต่อยอดจากสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด คนไทยเราชอบถามว่า จะทำธุรกิจอะไรดี ผมว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่นำไปสู่ความล้มเหลวในการทำธุรกิจ เพราะถ้าเราถามว่าเราควรทำอะไรดี เราก็จะลอกเลียนแบบคนอื่นและทำในสิ่งที่เราอาจจะไม่ได้ทำได้ดีนัก ลงท้ายก็จะจบด้วยการเปิดร้านกาแฟ ซึ่งมีคนทำมากมาย ไม่มีอัตลักษณ์มากนัก แต่ในทางกลับกันถ้าเราถามว่า อะไรคือความสามารถหลักที่เราทำได้ดีที่สุด มีจุดขายเฉพาะ คนอื่นลอกเลียนแบบได้ยาก และเป็นที่ต้องการ ซึ่งเราน่าจะเอาไปต่อยอดทำธุรกิจได้ ถ้ายังไม่มีเราก็คงต้องถามว่าจะสร้างได้อย่างไร ด้วยคำถามแบบนี้ซึ่งตอบได้ยากกว่ามากจะนำเราไปสู่ความสำเร็จได้มากกว่า
       
       อาชีวศึกษาก็เช่นกัน ควรถามตนเองแบบนี้ และกลับมาหาความสามารถหลักของตนเอง ตลาดแรงงานสำหรับช่างฝีมือนั้นเป็นที่ต้องการสูงมาก หากอาชีวศึกษาสามารถผลิตนักศึกษาที่เป็นที่ต้องการของภาคเอกชน ของนายจ้าง ได้เช่นในอดีตที่คนจบมามีบริษัทต่างๆ ไปจองตัวกันถึงโรงเรียนอาชีวศึกษา รับรองได้ว่าจะมีนักเรียนอยากมาเรียน และประเทศไทยก็จะได้ประโยชน์มากขึ้น
       
        ประการที่สอง รัฐควรส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยกิจการอาชีวศึกษา เคยพูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของเครือซิเมนต์ไทยเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ทราบว่าคนสำเร็จการศึกษาด้านอาชีวศึกษานั้นมีไม่พอ และที่ผลิตมาได้ก็ไม่ได้คุณภาพเพียงพอ สุดท้ายทางเครือซิเมนต์ไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในการอาชีวศึกษามากพอสมควร เรื่องนี้หลายบริษัทเริ่มทำตาม สิ่งที่น่าส่งเสริมมากในอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาด้วยเช่นกันคือ สหกิจศึกษา โดยให้ธุรกิจผู้จะเป็นนายจ้างในอนาคตมีส่วนร่วมในการร่างหลักสูตร กำหนดนโยบายในการเรียนการสอน นิเทศการสอน ฝีกงานให้นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมกับสถานศึกษาให้มากที่สุด เรียนและทำงานไปพร้อมกัน เรียนจากการทำงานโดยตรง รัฐบาลเองคงไม่มีงบประมาณเพียงพอในการลงทุนสำหรับอาชีวศึกษาซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก เพราะอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักรมีราคาแพงมาก ต้นทุนในการสร้างอาชีวศึกษาชั้นดีนั้นแพงมาก ลองเข้าไปดูที่ http://www.nyp.edu.sg/ โรงเรียน Nanyang Polytechnic ของสิงคโปร์ที่ผมไปดูงานสิครับผม ต้องทุ่มเททรัพยากรมากมายเพื่อให้ได้อาชีวศึกษาชั้นดี ถ้าเอกชนไม่เข้ามาช่วยสร้าง รัฐบาลทำฝ่ายเดียวคงไม่สำเร็จอย่างแน่นอน
       
       ลองจินตนาการว่าหากอาชีวศึกษาผลิตโปรแกรมเมอร์ระดับ ปวส ที่เขียนโปรแกรมได้ดี ใช้งานได้จริง จะเป็นที่ต้องการมากมาย มากกว่าบัณฑิตปริญญาตรีทางคอมพิวเตอร์ธุรกิจที่พัฒนาซอฟท์แวร์อะไรไม่ได้เลยซึ่งจบออกมาปีละหลายพันคน เรื่องแบบนี้เอกชนต้องเข้ามาช่วยจึงจะสำเร็จได้
       
       มาตรการทางภาษีที่ช่วยลดหย่อนภาษีให้เอกชนที่กระโดดเข้ามาช่วยการศึกษานั้นน่าจะช่วยได้มาก
       
        ประการที่สาม กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาต่างๆ ของรัฐ ควรเลิกให้ทุนกับนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่ไม่ศักยภาพในการใช้คืนทุนและไม่ได้เป็นที่ต้องการของประเทศมากนัก แต่ควรนำเงินดังกล่าวมาให้กู้ยืมสำหรับอาชีวศึกษาชั้นดีที่อยู่ในความต้องการของประเทศ เหตุผลหนึ่งที่นักเรียนเลือกเรียนอาชีวศึกษานั้นมาจากฐานะทางบ้านยากจน เรียนอาชีวศึกษาจบได้เร็ว ได้งานเร็ว มีรายได้แน่นอน หากมีการส่งเสริมน่าจะทำให้นักเรียนสนใจเรียนมากขึ้น
       
        ประการที่สี่ การแก้ปัญหาอาชีวศึกษาตีกัน ทำร้ายกัน เรื่องนี้ต้องแก้ไขโดยด่วนเพราะทำให้ผู้ปกครองไม่สบายใจ และไม่กล้าให้ลูกเรียนอาชีวะ ทางคสช ก็กำลังดำเนินการอยู่ หน่วยทหารช่างก็มีอยู่ กองทัพบกน่าจะช่วยดูแลนักเรียนอาชีวะนอกลู่นอกทางได้ หากแก้ปัญหานี้ได้จะทำให้มีนักเรียนและผู้ปกครองต้องการเรียนอาชีวศึกษามากขึ้นเช่นกัน